SME ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในองค์กรทางธุรกิจโดย สุขสรรค์ กันตะบุตร
 
 ไทย / Eng     
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในองค์กรทางธุรกิจโดย สุขสรรค์ กันตะบุตร
Update : 2006-11-30 16:14:29
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในองค์กรทางธุรกิจโดย สุขสรรค์ กันตะบุตร

 

 

การมีองค์กรที่ยั่งยืนเป็นข้อคำนึงที่สำคัญของผู้นำทางธุรกิจในปัจจุบัน เนื่องจากสภาพแวดล้อมและการแข่งขันทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมากขึ้นทุกขณะ ทั่วโลกต่างพยายามสร้างแนวคิดเพื่อนำมาใช้แทนแนวคิดแบบเดิมของธุรกิจกลุ่มสหรัฐและอีกหลายประเทศตะวันตก(Anglo/US)ที่มุ่งเน้นในผลระยะสั้น โดยให้ความสำคัญต่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ

 

 

หลังจากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในช่วง พ.ศ.2540 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ได้ทรงเน้นย้ำถึงหลักเศรษฐกิจพอเพียงอันเป็นปรัชญาที่มุ่งเน้นการพัฒนาให้เศรษฐกิจไทยสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน

 

 

หลักเศรษฐกิจพอเพียงนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ได้พระราชทานมาโดยตลอดนับแต่ที่ได้เสด็จขึ้นครองราชย์ โดยทรงมุ่งเน้น ทางสายกลางสำหรับการดำเนินวิถีชีวิตของคนไทยในทุกระดับชั้น

 

 

ตามหลักการแห่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นจะเห็นได้ว่ามีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจที่มุ่งเน้นเรื่องของการพัฒนาที่สมดุลเพื่อตอบรับกับโลกาภิวัฒน์และป้องกันถึงผลกระทบที่มาจากภายในและภายนอกที่เกิดขึ้น

 

 

หลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นประกอบไปด้วยสามองค์ประกอบและ สองเงื่อนไข

 

 

สามองค์ประกอบ ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และความต้องการมีระบบภูมิคุ้มกันในตนเองที่ดี ซึ่งเป็นความสามารถในการเผชิญกับผลกระทบจากปัจจัยภายในและภายนอก

 

 

สอง เงื่อนไขที่จะทำให้ความพอเพียงประสบความสำเร็จ คือ เงื่อนไขทางความรู้ และ เงื่อนไขทางคุณธรรม  เงื่อนไขทางความรู้ได้แก่ การวางแผนที่ละเอียดรอบครอบ การใช้ความรู้อย่างระมัดระวัง และการนำแผนนั้นไปปฏิบัติ

 

 

เงื่อนไขทางคุณธรรม ได้แก่ ความซื่อสัตย์และคุณธรรมในตนเองพร้อมทั้งมีการดำเนินชีวิตที่มีความเพียรพยายาม ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มีความเมตตากรุณา ต่อผู้อื่น

 

 

 

ธุรกิจขนาดย่อมสามารถที่จะนำปรัชญาเศรษฐกิจไปใช้ได้อย่างไร

 

 

การศึกษาของไทยใน อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมไม้กระดาษและสิ่งพิมพ์ อุตสาหกรรมยางและพลาสติก อุตสาหกรรมโลหะและอโลหะ อุตสาหกรรมเครื่องจักรและอุปกรณ์การขนส่ง พบว่าธุรกิจที่สามารถผ่านช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 มาได้ต่างดำเนินงานอย่างสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 

 

ธุรกิจเหล่านี้ได้ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม คือไม่แพง แต่มีประสิทธิภาพพอเพียง มีการวางแผนกำลังการผลิตของตนตามความสามารถในการบริหารจัดการที่ดี ไม่โลภมากและไม่มุ่งไปที่ผลกำไรในระยะสั้นเท่านั้น มุ่งเน้นในเรื่องคุณธรรม จริยธรรมของธุรกิจ เช่น การไม่เอาเปรียบผู้บริโภค พนักงาน และผู้ขายวัตถุดิบ เป็นต้น มีการกระจายความเสี่ยงไปผลิตภัณฑ์และตลาดที่หลากหลาย โดยมุ่งเน้นสนองต่อความต้องการของท้องถิ่น ภูมิภาค ตลาดภายในประเทศ และต่างประเทศตามลำดับ

 

 

ซึ่งการศึกษาพบว่าธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางเหล่านี้ สามารถที่จะปฏิบัติตนสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ดีเป็นพิเศษในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ

 

 

จากความพยายามที่จะเข้าใจถึงการประยุกต์ใช้ 3 องค์ประกอบและ 2 เงื่อนไขของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ได้มีงานวิจัยที่ศึกษาอย่างลึกซึ้งถึงองค์กรธุรกิจที่อยู่ในธุรกิจที่แตกต่างกัน 3 ธุรกิจคือ ธุรกิจระดับชุมชน ธุรกิจ SMEs ในตลาดหลักทรัพย์ และธุรกิจข้ามประเทศขนาดใหญ่ ซึ่งทั้ง 3 องค์กรกรนั้นต่างมีการทำธุรกิจกับต่างประเทศ มีผลประกอบการที่ดี สามารถที่จะทนทานและฟันฝ่าอุปสรรคทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยากลำบาก และยังรักษาความเป็นผู้นำในตลาดได้

 

 

ซึ่งองค์กรต่างๆเหล่านี้ต่างมีหลักการดำเนินงานที่ใกล้เคียงกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างมาก โดยทั้ง 3 ธุรกิจนี้ต่างก็มีหลักในการดำเนินงานที่คล้ายกันคือเรื่องของความพอประมาณ ไม่ว่าจะเป็นด้านการสั่งซื้อวัตถุดิบ การทำกำไร การกู้ยืมและการขยายขนาดธุรกิจ

 

 

นอกจากนั้นทั้ง 3 ธุรกิจต่างมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงธุรกิจและสิ่งแวดล้อมและการแข่งขันของตน อันรวมไปถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จ และการใช้ทรัพยากรต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีการกระจายตลาดและสินค้าเพื่อลดความเสี่ยงของตน มีการจัดการวัตถุดิบที่ดี และยังมีการสนับสนุนการออมอีกด้วย นอกจากนี้ ธุรกิจทั้ง 3 ต่างมีการลงทุนอย่างมากในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรบุคคล การแบ่งปันและการทำงานร่วมกันกับธุรกิจอื่นๆเพื่อเป็นการพัฒนาความรู้และมาตรฐานของอุตสาหกรรมให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

 

 

ในแง่มุมของคุณธรรม ทั้ง 3 ธุรกิจต่างมีการลงทุนในเรื่องของการจัดการของเสีย มีการแข่งขันที่ยุติธรรม มีการช่วยเหลือและพัฒนาพันธมิตรในรูปแบบของ cluster สนับสนุนความมีศีลธรรมในองค์กร มีการสนับสนุนและช่วยเหลือสังคมอย่างจริงใจ ไม่ได้มุ่งหวังการสร้างภาพพจน์เพื่อผลประโยชน์ทางการตลาดของตนเอง

 

 

จากงานวิจัยในระยะหลังนี้จะเห็นได้ว่าองค์กรธุรกิจในส่วนอื่น ๆ ของโลก ที่สามารถจะดำเนินธุรกิจมาได้เป็นเวลาหลายทศวรรษต่างก็มีการดำเนินงานที่สอดคล้องกันกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยกันทั้งนั้น

 

 

และยิ่งเป็นที่น่าแปลกใจอีกว่าบริษัทที่ได้ชื่อว่ามีความมั่นคงอย่าง Toyota BMW Allianz Novartis และ Marriott กลับมีการดำเนินงานที่เหมือนกันอย่างมากกับบริษัทไทยที่มีความยั่งยืนในการศึกษาข้างต้น ซึ่งจากการศึกษาในเบื้องต้นนี้ สามารถอนุมานได้ว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักการสากลที่สามารถก่อให้เกิดความยั่งยืนแห่งองค์กรธุรกิจได้เช่นกัน

 

 

หลักการทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในภาคธุรกิจนั้น แท้จริงแล้วเป็นหลักการเกี่ยวกับการพัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มความสามารถในการตอบสนองและแข่งขันในตลาดโลกและประสบความสำเร็จได้อย่างมั่นคง

 

 

นอกเหนือจากความโปร่งใสและการมีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริงแล้ว การประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นยังได้ครอบคลุมไปถึงเรื่องการบริหารจัดการองค์กรอย่างรอบคอบระมัดระวัง ซึ่งจะนำไปสู่การมีต้นทุนซ่อนเร้นเกี่ยวกับมนุษย์ต่ำ คุณภาพของสินค้าและบริการที่สูงอย่างคงที่ และการสร้างนวัตกรรม ซึ่งไม่ได้รวมถึงนวัตกรรมในตัวสินค้าเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงการสร้างนวัตกรรมทั่วทั้งองค์กร

 

 

จากการพิจารณางานวิจัยต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น เราสามารถที่จะกำหนดแนวทางในการปฎิบัติขององค์กรธุรกิจ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ 10 แนวทาง อันเป็นแนวทางในการปฏิบัติแก่ธุรกิจใดที่ต้องการสร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน ดังต่อไปนี้

 

 

1.       มองการณ์ไกลในการบริหารจัดการและตัดสินใจในเชิงนโยบาย ไม่มุ่งหวังกำไรเพียงในระยะสั้น แต่คิดถึงผลกระทบในระยะยาว

 

2.       ให้คุณค่าแก่พนักงานอย่างจริงใจและพัฒนาพนักงานอย่างต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงการให้พนักงานออกแม้แต่ในยามทุกยากทางเศรษฐกิจ เพราะพนักงานคือสินทรัพย์ (ที่พัฒนาได้) ขององค์กร

 

3.       จริงใจและหวังดีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของธุรกิจทั้งหมด รวมถึงประชากรและสังคมในอนาคต

 

4.       ให้ความสำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมทั่วทั้งองค์กรไม่ใช่เฉพาะในผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการอย่างเดียว

 

5.       ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

 

6.       ใช้ และ/หรือพัฒนาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพแต่ราคาไม่สูง โดยเฉพาะเทคโนโลยีแบบไทย ๆ หรือพื้นบ้าน

 

7.       ขยายธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อพร้อมทุกด้านเท่านั้น

 

8.       ลดความเสี่ยงโดยการมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตลาดที่หลากหลาย และการลงทุนที่หลากหลาย

 

9.       แบ่งปัน รวมถึงการแบ่งปันองค์ความรู้ที่มีเพื่อพัฒนาตลาด เพื่อผลประโยชน์ที่ตกแก่ผู้บริโภคและสังคม

 

10.    ยึดถือจริยธรรม มีความอดทนและขยันหมั่นเพียร

 

 

องค์กรธุรกิจถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญในการก่อให้เกิดความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ ถ้าธุรกิจของไทย ไม่ว่าขนาดใด ได้มีการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการวางกลยุทธ์และกำหนดนโยบาย ก็จะส่งผลให้ธุรกิจต่างๆเหล่านั้นสามารถที่จะยั่งยืนอยู่ได้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่นับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้น

 

ซึ่งผลลัพธ์ของการดำเนินงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงดังกล่าวนั้นจะส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจ และสังคมที่เราอาศัยอยู่มีการพัฒนาอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต

 

 

ดร. สุขสรรค์ กันตะบุตร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

 

 

แปลและเรียบเรียงจาก Bangkok Post ประจำวันที่ 26 ตุลาคม 2549 โดย ธนิยพรรธน์ นิธิทรัพยวโรภาส

 

| <<< Back
 

 
 

 
สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
เลขที่ 99 หมู่ 18 ถ.ป๋วยอึ๊งภากรณ์ มธ.ศูนย์รังสิต คลองหลวง ปทุมธานี 12120 โทร.0-2564-4000 webmaster@ismed.or.th
2005 ISMED All rights reserved.