บริการพัฒนาพื้นฐานธุรกิจ

วันนี้……… ด้วยกระแสการแข่งขันทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี การปรับตัวเข้ากับบริบทสังคมโลกได้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคธุรกิจ สถาบันฯ เห็นว่าธุรกิจยิ่งต้องให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม กำหนดกลยุทธ์องค์กรที่แม่นยำและทันการณ์ การเข้าถึงแนวโน้มใหม่ๆของตลาด เพื่อผู้ประกอบการรู้ เข้าใจ ปรับตัวรับกับความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใช้ความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายที่ต่างก็เผชิญกลับมาเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันที่นำไปสู่ โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ

ความพร้อมรับการแข่งขัน…….. สถาบันฯ ได้ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรมและพัฒนาเครื่องมือการจัดการธุรกิจเฉพาะ (Business Tools) ด้านต่างๆขึ้นเพื่อให้การแก้ปัญหา พัฒนาธุรกิจตอบสนองโมเดลการบริหารจัดการองค์กรสมัยใหม่ ความต้องการเฉพาะของแต่ละช่วงวงจรธุรกิจ Business Cycle การพัฒนาระบบการจัดการภายในองค์กร การยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต การพัฒนาไปสู่ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Green economy การสร้างสรรค์มูลค่าและคุณค่าเพิ่มในสินค้าและบริการ การวิเคราะห์และเลือกใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาสู่การสร้างมูลค่าธุรกิจ ตลอดจน การสร้างเครือข่าย การเชื่อมโยงขยายธุรกิจไปสู่ตลาดการค้าในต่างประเทศให้เกิดการเติบโต การขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน สถาบันฯ เชื่อมั่นว่าจากประสบการณ์ ความเป็นมืออาชีพและความชำนาญด้านต่างๆของผู้เชี่ยวชาญของสถาบันฯ รวมทั้ง เครื่องมือการจัดการธุรกิจจะช่วยเสริมสร้างให้ธุรกิจและผู้ประกอบการสามารถเติบโตและแข่งขันได้ภายใต้การมีธรรมภิบาลได้อย่างสมดุลย์

ปรัชญา 3 C’s

สถาบันฯ เชื่อมั่นว่า การดำเนินธุรกิจควรมีหลักคิดสำคัญเพื่อนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จอย่างสมดุลย์

Create สร้างพลังแห่งการสร้างสรรค์ นวัตกรรม การพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งให้ธุรกิจก้าวทันกับกระแสลมของการเปลี่ยนแปลงที่มักจะมีโอกาสใหม่ๆอยู่เสมอ

Connect สร้างเครือข่าย เชื่อมโยงคนเก่ง ความเก่งของแต่ละธุรกิจ ตั้งแต่ ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ การสร้างเครือข่ายองค์กรพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้ง รู้เชิงลึกถึงความต้องการของลูกค้า จากนั้น ขับเคลื่อนด้วยพลังของเทคโนโลยี สารสนเทศสมัยใหม่จะช่วยเปิดประตูไปสู่ตลาดที่กว้างใหญ่ขึ้นอันเป็นหนึ่งในปัจจัยแห่งความสำเร็จของธุรกิจที่จะสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดต่างจากการเติบโตของธุรกิจในอดีตที่ทุกคนจะเริ่มจากศูนย์

Contribute สร้างสังคมแห่งการแบ่งปันโดยทั้งภายในองค์กรและภายนอกองค์กร สร้างวัฒนธรรมการแบ่งปัน การช่วยเหลือดูแลกันและกัน การดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจากในองค์กร สังคมเล็กๆไปสู่สังคมที่ใหญ่ขึ้น ปัจจุบัน การมีผลประกอบการที่มั่งคั่งไม่ใช่คำตอบเดียวเพราะธุรกิจต่างๆถูกเฝ้ามอง ติดตามและร้องหาการมีส่วนร่วมจากสังคม พนักงาน และธุรกิจต่างๆรอบตัวเองมากขึ้น ดังนั้น ธุรกิจสมัยใหม่ควรปลูกฝังวัฒนธรรมการแบ่งปัน เกื้อกูลกัน ส่งต่อสิ่งดีๆให้สังคมมากยิ่งขึ้น

 

ด้วยรากฐานแนวคิด “Triple C” นี้เองจึงเป็นทิศทางใหม่ของการขับเคลื่อนของสถาบันเพื่อไปสู่เป้าหมายของการพัฒนา SMEs ในมิติใหม่ที่เป็นสากล

การยกระดับและพัฒนาผู้ประกอบการของ iSMED จะมีการให้บริการหลัก 4 ระดับ

 

Start up Level Up Value up Market up

Start Up

คำว่า Business startup เป็นศัพท์ของฝรั่งที่หมายความกว้างๆว่าการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ มันหมายความว่าคนทั่วไปที่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ อยากจะลองเริ่มต้นแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงซึ่งก็เข้าสู่กระบวนการนี้ กระบวนการ Start up เริ่มต้นจากคนที่ยังไม่เคยทำเลย ไปจนถึงคนที่เริ่มต้นทำมาแล้วระยะหนึ่ง แต่ไม่รู้จะไปต่อยังไง เพราะงั้น Scope มันก็เริ่มตั้งแต่คนที่ยังไม่ทำ คิดจะทำ หรือทำไปแล้ว หรือว่าถึงจุดๆหนึ่ง ประมาณปี-สองปี ถ้าไม่มีหลักการหรือวิชาการอาจจะเจอปัญหาและไปต่อไม่ได้ ซึ่งระยะนี้เป็นระยะที่สำคัญเพราะว่าธุรกิจที่เริ่มต้นขึ้นมาเองโดยส่วนใหญ่ก็จะหายไปในระยะนี้ พอเริ่มไปปั๊บแล้วไม่ได้มีการคิดไตร่ตรองให้ดี และทำไปตามที่คิดว่าควรจะเป็น ก็จะมีปัญหาร้อยแปดพันเก้าเข้ามา ก็จะต้องออกจากธุรกิจไป ทีนี้กระบวนการ Start Up ช่วยอย่างไร ก็คือช่วยให้คนที่สนใจจะเริ่มต้นหรือเริ่มต้นไปได้ระยะหนึ่งแล้ว 1สามารถเริ่มต้นได้และอยู่รอดไปได้อีก จะเรียกว่าระยะยาวก็ยังไม่ใช่ เพราะต้องต่อด้วย Level Up อีก หลักก็คือเริ่มต้นไม่ได้ก็ให้เริ่มต้นได้ เริ่มต้นได้ก็ให้ไปต่อได้

กระบวนการตรงนี้ถามว่าจำเป็นมากน้อยขนาดไหน ก็ขอเรียนว่าที่ผ่านมาโดยปกติธรรมชาติของการเริ่มต้นธุรกิจตามสถิติ ถึงไม่ได้ทำเรื่อง Start Up ก็มีคนทำธุรกิจอยู่แล้ว มีคนเริ่มต้นธุรกิจอยู่แล้วประมาณ 40,000 -50,000 ราย/ปี ในจำนวนนี้อีกไม่นานก็จะหายไป และก็ในแต่ละปีก็จะมีธุรกิจที่จากไปในจำนวนที่ไม่น้อยกว่ากัน คืออาจจะมีเริ่มต้นระดับหนึ่ง แล้วก็หายไป บางทีก็ครึ่งนึง บางทีก็มากกว่านั้น ทาง ISMED เป็นผู้ที่พัฒนาบริการนี้มาตั้งแต่ปี 42 งานแรกๆที่ทำก็คือการ Start Up ในยุคนั้นเราได้รับแนวคิดจากระบบการสร้างธุรกิจใหม่ของ CEFE (Competency – based Economies through Formation of Enterprises)  หรืออาจเรียกว่า “การพัฒนาผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีสมรรถนะเชิงเศรษฐกิจ”   เป็นแนวคิด ทฤษฎีหนึ่งที่ใช้ในการพัฒนาผู้ประกอบอาชีพอิสระ เราใช้กลยุทธ์ของ CEFE มาปรับใช้ ซึ่งแนวคิดนี้จะช่วยให้คนที่เขาเริ่มต้นธุรกิจ คิดเริ่มต้นจากการประเมินตนเอง พอประเมินตัวเองว่ามีความพร้อมขนาดไหน ก็จะไปสู่ขั้นตอนการหา Business Idea คือแนวคิดธุรกิจที่แข่งขันได้ พอหาแนวคิดได้แล้วก็จะมีการทำรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น จะคิดในเชิงที่เรียกว่า Business Model คือจะบอกว่าธุรกิจที่เราหาแนวคิดมานี้ มันมีเค้าโครงยังไง เหมือนกับการทำแบบร่างของอาคารขึ้นมา แล้วมาดูว่าแบบร่างมันพอเหมาะพอเจาะยังไงรึเปล่า ถ้าเห็นว่าโอเคก็จะไปทำขั้นตอนต่อไปที่เรียกว่าแผนธุรกิจ Business Plan คือการทำรายละเอียด ซึ่งจะต้องมีการทดสอบอะไรหลายๆอย่าง เช่น การพิจารณาเรื่องการเงินว่าสมดุลเหมาะสมไหม จะต้องหาเงินจากแหล่งภายนอกไหม จะต้องหาเท่าไหร่ พอได้แผนธุรกิจก็ยังไม่จบกระบวนการ Start Up เราจะมีการส่งต่อไปยังหน่วยงานที่จะช่วยในเชิงลึกได้ ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะให้ไปคุยกับสถาบันการเงิน ซึ่งเราจะประสานกับสถาบันการเงินเช่น SMEs Bank ธนาคารรัฐ/เอกชนต่างๆ และช่วยหาช่องทางการขายให้ด้วย แล้วเราก็มีกระบวนการติดตามผลว่าเขาทำไปแล้วมีปัญหา ติดขัดอะไร สมัยนานมาแล้วเรามีกระบวนการอบรมการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการเริ่มต้นธุรกิจ เช่น การทำ contact กับลูกค้า การขาย การเจรจาต่อรอง มันเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการจะเจอตอนที่เขาเริ่มต้นธุรกิจจริง เราก็จะเตรียมหลักสูตรมาตรฐานพวกนี้มาให้เขาเลือก shop สมัยก่อนเราเรียกว่า ตลาดวิชา SMEs เป็นเรื่องๆไป ที่แก้ปัญหาเฉพาะเรื่องไป เป็นบริการที่เสริมเข้ามา โดยปรกติบริการ Start Up ก็จะจบลงตรงนี้

เรื่องของ Start Up ที่เราดำเนินการในปัจจุบันมีสองแบบ คือ

1.ธุรกิจทั่วๆไป โดยได้แนวคิดมาจาก CEFE แล้วเอามาปรับปรุง ระยะหลังเราพัฒนามาเป็น Model ของเรามาเรื่อยๆ เริ่มต้นเอาของ CEFE มาเนื่องจาก มันเป็นระบบเหมือนการอบรม คือเอาผู้เรียนเป็นตัวตั้ง คือสอนเค้าให้คิดได้ด้วยตนเอง คิดเช่นจะหาว่ามันเหมาะสมไม่เหมาะสม ซึ่ง CEFE จะมีเครื่องมือให้ประเมิน เช่น ชอบไหม ชำนาญพอไหม มีเงินทุนพอไหม และแต่ละด้านถ้าเกิดว่ามันไม่พอ ระบบก็จะทำให้คนคิดไปเรื่อยๆ คิดตามกรอบ และคนก็จะได้ Model ของตัวเอง โดยไม่ใช้แบบฟอร์ม แต่เป็นกระบวนการ

2.ธุรกิจเฉพาะ จะคล้ายๆกับกระบวนการแบบแรก แต่ว่าธุรกิจเฉพาะจะมีเนื้อหาการทำธุรกิจประเภทหรือเฉพาะอย่างนั้นๆเข้าเพิ่มเติมมาด้วย ตั้งแต่เงินลงทุน 20,000 บาท ถึง 10 ล้าน 100 ล้านบาท เช่น เราจะเปิดร้านกาแฟ ร้านซักรีด ร้านขายอาหาร ไปจนถึงธุรกิจอพาร์ทเม้น อสังหาริมทรัพย์ สนามกีฬาในร่ม โรงเรียอนุบาล โรงแรมขนาดเล็ก เป็นต้น คือ เราเน้นธุรกิจ Life Style คือธุรกิจคนเมือง พวกเฉพาะธุรกิจนี้จะเรียนความรู้ในการทำธุรกิจนั้นด้วย เช่น ธุรกิจอพาร์ทเม้น เริ่มต้นจะให้วิเคราะห์โอกาสของเค้า มีเงินเพียงพอไหม ที่ทางเป็นอย่างไร โดยมีอาจารย์เป็นที่ปรึกษาให้ พอผ่านขั้นตอนนี้ ถ้าตัดสินใจจะทำก็มาเรียนเชิงลึกกับเรา เช่นเรื่องของการวิเคราะห์ตลาดอพาร์ทเม้นต์ การลงทุนก่อสร้าง การดูแบบ การติดต่อผู้ก่อสร้าง การวางระบบการบริหารอพาร์ทเม้นต์ต่างๆ เราจะพาไปเจอของจริง เจอของจริง เจรจาต่อรองจริงๆ เพราะถ้าเริ่มต้นไม่ดีจะมีปัญหาระยะยาว เช่นเรื่องการออกแบบ การวางระบบท่อ ความรู้ทางด้านกฎหมาย และระบบบริหาร คือโดยส่วนใหญ่ก็จะสอนให้เค้ารู้เทคนิค พอเสร็จก็ให้มาเรียนการเขียนแผนธุรกิจ เขียน Business Model นี่คือกระบวนการที่เราดูแลในเรื่องของธุรกิจเฉพาะ นี่คือ Start Up ในภาพใหญ่ๆ

บทสัมภาษณ์จาก คุณธนนนทน์ พรายจันทร์ ผอ.ฝ่ายพัฒนาพื้นฐานธุรกิจ, ISMED

CEFE : http://vcharkarn.com/varticle/39518